ตัวหนังสือบนยันต์ที่คนส่วนใหญ่อ่านไม่ออกไม่ใช่อักษรลึกลับ แต่คืออักษรที่คนไทยเคยใช้เขียนพระไตรปิฎกมาหลายร้อยปี บทความนี้เล่าว่ามันมาจากไหน ทำไมถึงหายไปจากชีวิตประจำวัน และทำไมงานยันต์ยังใช้มันอยู่
อักษรขอมไทยไม่ใช่ภาษาเขมร
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่าอักษรบนยันต์คือภาษาเขมร ความจริงคือ อักษรขอมไทยเป็นอักษร ไม่ใช่ภาษา และสิ่งที่เขียนด้วยอักษรนี้ส่วนใหญ่คือภาษาบาลี ไม่ใช่ภาษาเขมร
อักษรนี้พัฒนามาจากอักษรเขมรที่คนไทยรับมาใช้ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ในช่วงที่ยังไม่มีอักษรของตัวเอง ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 นักปราชญ์ไทยเพิ่มรูปอักษรและเครื่องหมายเข้าไปให้รองรับเสียงวรรณยุกต์และสระของภาษาไทย จนกลายเป็นอักษรคนละชุดกับอักษรเขมรปัจจุบัน
รูปร่างจึงคล้ายอักษรมูลของกัมพูชา แต่ไม่ใช่ตัวเดียวกัน เพราะอักษรขอมไทยมีรูปสระและวรรณยุกต์ที่อักษรเขมรโบราณไม่มี
ทำไมเรื่องศาสนาใช้อักษรหนึ่ง เรื่องทั่วไปใช้อีกอักษรหนึ่ง
ในอดีตคนไทยใช้อักษรสองระบบคู่กัน อักษรไทยใช้กับเอกสารทั่วไป ส่วนอักษรขอมไทยใช้กับเอกสารทางศาสนา ทั้งคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำรายา ตำราโหราศาสตร์ และยันต์
อักษรนี้ถือเป็นอักษรศักดิ์สิทธิ์และมีฐานะสูงในราชสำนัก มีการเทียบว่าอยู่ในฐานะเดียวกับอักษรสิทธัมในพุทธศาสนามหายาน ความรู้เรื่องอักษรนี้ในช่วงแรกจำกัดอยู่ในกลุ่มพราหมณ์ ซึ่งน่าจะเรียนมาจากครูเขมรโดยตรง
นี่คือเหตุผลที่งานยันต์ยังใช้อักษรนี้อยู่จนทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะอยากให้อ่านไม่ออก แต่เพราะตำราที่ใช้อ้างอิงเขียนไว้ด้วยอักษรนี้ตั้งแต่ต้น
ทำไมคนไทยส่วนใหญ่อ่านไม่ออกแล้ว
การหายไปของอักษรขอมไทยจากชีวิตประจำวันมีสามเหตุการณ์ที่ชัดเจน
รัชกาลที่ 4 ทรงให้เปลี่ยนมาใช้อักษรไทยเขียนภาษาบาลีแทน รัชกาลที่ 5 ทรงให้แปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทย และใน พ.ศ. 2488 มีการยกเลิกการสอบสนามหลวงในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้การเรียนการสอนอักษรนี้อย่างเป็นระบบสิ้นสุดลง
ปัจจุบันอักษรขอมไทยยังมีสอนอยู่ในวิชาภาษาโบราณของมหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่สำหรับคนทั่วไปแล้วแทบไม่มีช่องทางเรียน
อักษรที่ยังไม่มีที่ยืนในคอมพิวเตอร์
อักษรขอมไทยยังไม่ได้รับรหัสของตัวเองในมาตรฐาน Unicode ซึ่งแปลว่าพิมพ์บนคอมพิวเตอร์แบบปกติไม่ได้ ต้องอาศัยฟอนต์เฉพาะที่ผูกรูปอักษรไว้กับรหัสของอักษรไทยแทน
ในปี 2569 สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้เผยแพร่ฟอนต์อักษรขอมไทยให้ดาวน์โหลดใช้ฟรี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คนทั่วไปเข้าถึงเครื่องมือพิมพ์อักษรนี้ได้โดยไม่ต้องหาฟอนต์เองจากแหล่งกระจัดกระจาย
สิ่งที่เรื่องนี้บอกเวลาดูงานยันต์
ถ้าอักษรบนยันต์เป็นอักษรจริงที่อ่านออกเสียงได้ แปลว่าคนเขียนต้องรู้ว่ากำลังเขียนอะไร ไม่ใช่วาดรูปให้เหมือน
ข้อสังเกตที่ใช้ได้จริงคือ งานที่ลอกรูปทรงมาจะมีตัวอักษรที่ดูคล้ายแต่ไม่เป็นระบบ เช่น รูปอักษรผิดสัดส่วน สระวางผิดตำแหน่ง หรือตัวเดียวกันในชิ้นเดียวเขียนไม่เหมือนกัน ขณะที่งานของคนที่เขียนเป็นจะมีลายมือสม่ำเสมอเพราะเขียนจากความรู้ ไม่ได้วาดตาม
อ่านวิธีตรวจแบบละเอียดได้ที่หน้า วิธีตรวจงานแท้ หรือดูว่าอักขระวางอยู่ตรงไหนของผังยันต์ได้ที่ ความหมายของลายและวง
ที่มาของข้อมูล
- Khom Thai script — Wikipedia
- อัครเดช โลภาพล และ อุเทน วงศ์สถิตย์ “รูปแบบและความเชื่อของยันต์ในเอกสารโบราณ วัดท่าพูด จังหวัดนครปฐม” Journal of Buddhist Innovation Review ปีที่ 5 ฉบับที่ 3 (2567)
