คนไทยเห็นยันต์มาทั้งชีวิตแต่ไม่ค่อยมีใครอธิบายว่ามันคืออะไรกันแน่ บทความนี้ย้อนไปที่ต้นทาง ว่าคำว่ายันต์แปลว่าอะไร เข้ามาในวัฒนธรรมไทยได้อย่างไร และในเอกสารโบราณแบ่งยันต์ออกเป็นกี่แบบ
คำว่า “ยันต์” แปลว่าอะไร
ยันต์มาจากคำสันสกฤต यन्त्र (yantra) ซึ่งในภาษาเดิมหมายถึงเครื่องมือหรือกลไก มาจากรากศัพท์ที่แปลว่าควบคุมหรือยึดไว้ ไม่ได้แปลว่าลวดลายหรือเครื่องราง
ความหมายนี้สำคัญ เพราะมันบอกว่าคนโบราณไม่ได้มองยันต์เป็นภาพประดับ แต่มองเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่มีโครงสร้างและมีวิธีใช้ เหมือนกับที่เครื่องมือทุกชนิดต้องประกอบให้ถูกส่วนถึงจะทำงานได้
งานวิจัยที่ศึกษาเอกสารโบราณให้นิยามยันต์ไว้ว่าเป็นตารางหรือลายเส้นที่ประกอบด้วยตัวเลข อักขระ หรือรูปภาพ เขียนลงบนผ้า หนัง ไม้ หรือโลหะ นิยามนี้ครอบคลุมทั้งยันต์ที่เห็นในกรอบบนผนังและยันต์ที่เขียนลงบนวัสดุอื่น
ยันต์สี่แบบที่พบในเอกสารโบราณ
งานศึกษายันต์จากคัมภีร์ใบลานและสมุดข่อยจัดกลุ่มยันต์ตามรูปทรงได้สี่แบบ และแต่ละแบบมีความหมายเชิงสัญลักษณ์กำกับอยู่ตามที่ตำราระบุ
ยันต์สี่เหลี่ยม สื่อถึงธาตุทั้งสี่หรือทวีปทั้งสี่ เป็นรูปทรงที่เข้ากับการวางตารางตัวเลขได้ดีที่สุด
ยันต์สามเหลี่ยม สื่อถึงพระรัตนตรัยหรือภพทั้งสาม
ยันต์กลม สื่อถึงพระพักตร์ของพระพรหม เป็นรูปทรงที่ใช้กับงานที่ต้องการให้อ่านจากศูนย์กลางออกสู่ขอบ
ยันต์รูปภาพ คือยันต์ที่มีรูปคน สัตว์ หรือองค์เทพเป็นองค์ประธาน มีหลากหลายรูปแบบและความหมายต่างกันไปตามรูปที่ใช้
ในทางปฏิบัติ ยันต์ชิ้นหนึ่งมักไม่ได้เป็นแบบใดแบบหนึ่งอย่างเดียว เช่น ยันต์กลมที่มีองค์เทพอยู่ตรงกลางก็นับเป็นทั้งยันต์กลมและยันต์รูปภาพ
อักษรและตัวเลขที่อยู่บนยันต์
เอกสารยันต์โบราณที่มีการศึกษาไว้ใช้ตัวอักษรสามระบบปะปนกัน คือ อักษรไทย อักษรขอมไทย และอักษรธรรมอีสาน โดยเขียนทั้งภาษาบาลีและภาษาไทย ไม่ใช่อักษรลึกลับที่อ่านไม่ได้อย่างที่หลายคนเข้าใจ
ส่วนตัวเลขบนยันต์ก็ไม่ได้ใส่ตามใจ ในเอกสารบางฉบับตัวเลขถูกวางเป็นชุดที่ผลรวมของแต่ละชุดเท่ากัน เช่น คัมภีร์ตรีนิสิงเหที่ใช้เลขสิบสองตัว แบ่งเป็นสี่ชุด ชุดละสามตัว และทุกชุดบวกกันได้สิบห้าเท่ากันหมด นี่คือข้อบังคับทางโครงสร้างที่ทำให้ตัวเลขย้ายตำแหน่งไม่ได้
ทำไมงานยุคนี้ส่วนใหญ่เป็นยันต์กลม
ถ้าดูงานยันต์เขียนที่ทำกันในปัจจุบัน จะเห็นว่ารูปทรงกลมเป็นที่นิยมที่สุด เหตุผลหนึ่งเป็นเรื่องการอ่าน เพราะวงกลมบังคับให้สายตาเริ่มจากกลางแล้วไล่ออกนอกโดยอัตโนมัติ เหมาะกับงานที่มีองค์ประธานชัดเจน
อีกเหตุผลเป็นเรื่องฝีมือ รัศมีที่แผ่ออกรอบวงเป็นส่วนที่เขียนยากที่สุดและซ่อนความไม่สม่ำเสมอไม่ได้ ผู้เขียนที่ทำได้ดีจึงมักเลือกรูปทรงนี้ เพราะมันแสดงฝีมือได้ตรงที่สุด
อ่านต่อว่าแต่ละส่วนบนยันต์กลมเรียกว่าอะไรและทำหน้าที่อะไรได้ที่หน้า ความหมายของลายและวง และดูงานจริงเพื่อเทียบโครงสร้างได้ที่หน้า ผลงาน
ที่มาของข้อมูล
- อัครเดช โลภาพล และ อุเทน วงศ์สถิตย์ “รูปแบบและความเชื่อของยันต์ในเอกสารโบราณ วัดท่าพูด จังหวัดนครปฐม” วารสาร Journal of Buddhist Innovation Review ปีที่ 5 ฉบับที่ 3 (2567) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- Khom Thai script — Wikipedia
